สวัสดีครับ นี้คือบทความแรก ของผม พีระ(Peera) ที่เขียนบน ourtogetherly จุดเริ่มต้นที่ทำให้ ณ วันนี้ยังเรียนรู้อย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาตัวเองให้อยู่รอดในยุค AI บันทึก ณ วันที่ 31 ต.ค. 2569 ที่ผ่านมาได้อ่านบทความ, หนังสือ, ลงคอร์สเรียน แต่แทบไม่เคยสรุป ไม่เคยลงมือปฏิบัติจริง
ช่วงป้ายยา
จนวันนี้ หลังจากได้เรียน Live 10 - Building Traffic (OPB) ของ คุณทอย DataRockie (พึ่งลงทะเบียนหลังเรียนฟรีจาก Live 1-2)

ขอบคุณภาพ youtube channel: https://www.youtube.com/@DataRockie/streams ช่องคุณภาพที่สอน Data Science, การประยุกต์ใช้ AI, การใช้ชีวิต, mindset stoic, ป้ายยาหนังสือ, สอนฟรี จนคนเรียนต้องร้องขอเวลานอน(หยอกๆ) และเว็บไซต์สำหรับเรียนรู้
ที่ไม่ได้แค่สอน Data Science
ขอบคุณ https://datarockie.com/ เว็บไซต์แชร์บทความดีๆ คอร์สให้เรียนรู้ จากคุณทอย ที่ไม่ได้มีแค่ Data Science เช่นกัน 555 ที่สอนฟรี(Live 7 ครั้งแชร์หมด หรือ Bootcamp ที่เสียตังค์ 4,900บาท(ไม่ขึ้นราคา) แต่ได้ความคุ้มค่าเกิน 10 เท่า(เพราะคุณจะไม่ได้วิชาเดียว มีหลายวิชาอยู่ในนั้นจากตัวคุณทอย หรือวิทยากรที่มาร่วมแชร์ เช่น คุณมายด์ Ex-LinkedIn APAC มาช่วยแนะนำปรับ profile Linkedin เพื่อให้อัลกอริทึมเจอ profile เรา สำหรับโอกาสใหม่ๆ หรือการหางานข้ามสายงานเดิม เป็นต้น)
ปล. การลงเรียน Data Science Bootcamp รุ่นที่ 13 ผมเชื่อว่านี่เป็นการตัดสินการลงทุนในความรู้ที่คุ้มค่าที่สุดของ ปี 2026 ครับ
31 ต.ค. คุณทอย สอนเรื่อง SEO, Traffic , เว็บไซต์ ด้วย wordpress
คุณทอยคิดว่า Google ยังไม่ได้ปรับอัลกอริทึมการติดหน้าแรกมากนัก(มีปรับบ้าง) แต่พื้นฐานยังเหมือนเดิม เช่น meta title(reccomend ไม่เกิน 50-60 charactor) , desction (recommend 150-160 charactor) และNotion ธรรมดาไม่ติดหน้าแรกเลย(ถ้าไม่ใช้ tools ช่วยซึ่งเสียตังค์อีก) แม้การมาของ Google AI Overview ก็ตาม(ก็เป็นอีกอันที่ควรทำให้ติด)
Tracffic คือ บริบทคนภายนอก หมายถึง รถติดใน กทม., แต่ในบริบทที่คุณทอยสอนนี้ ผมคิดว่าหมายถึง Visitor/View/Transaction/Concurrent จาก Socail media/google ที่เข้ามาในเว็บไซต์(คุณทอย แนะนำให้สร้างขอตัวเองขึ้นมา อย่าพึ่งแต่ social media เช่น fb, youtube,Tiktok, Shopee เป็นต้น) เพราะเค้าจะเปลี่ยนอัลกอริทึมเรื่อยๆ ถ้าเราไม่ได้ให้ความสม่ำเสมอกับช่องทางนั้นๆ(เราก็จะถูกปิดการมองเห็น) และอีกข้อเช่นค่าธรรมเนียม(GP/Fee คือ การคิดว่าบริการผ่านการหักส่วนแบ่ง เช่น สินค้า/ผลิตภัณฑ์ 100 บาท ค่า Fee 10% เท่ากับ เราจะได้ 90 บาท ผู้ให้บริการ 10 บาท เป็นต้น) ก็คิดแพงขึ้นเรื่อยๆ
เคสตัวอย่างที่ปรับตัวได้เร็ว เช่น Dr.Pong สร้างเว็บไซต์ของตัวเอง ทดแทนการอยู่กับ e-commerce(shoppee/lazada) และยิงโฆษณา เพื่อเรียกคนเข้าเว็บไซต์ของตัวเองแทน
จุดนี้เป็นจุดเริ่มต้น ให้สร้างเว็บไซต์ของตัวเองขึ้นมา (One Personal business/branding) เพื่อรองรับการมาของ Traffic ต่างๆ เข้ามาเว็บไซต์ตัวเอง เพื่อนำเสนอคุณค่า, เนื้อหาที่เขียนด้วยมนุษย์(ต้องไปเรียน Writing 101 แล้ว555 ตัวอย่างการสร้างผลิตภัณฑ์/services ที่สามารถทำซ้ำและอยู่บนระบบของตัวเอง)
คุณทอย มองว่า ถ้าไม่มีเว็บไซต์ของตัวเอง(Assets คือ สินทรัพย์ที่สร้างคุณค่า สร้างรายได้) อาจไม่รอด ในยุคดิจิตอล ควรสร้างของตังเอง แต่อะไรที่มีคนทำสำเร็จอยู่แล้วแนะนำให้ใช้ของที่มี เช่น คุณทอย vibe code สร้าง midguard ให้นักเขียนบทความดีๆ มี yggdrasil(คล้ายๆ obsidian) แต่สุดท้าย scale เพิ่มไม่ได้เพราะcloudflare คิดค่าใช้จ่ายตามจำนวนคนที่เข้ามาเยอะ จะทำให้คนอ่านเยอะๆ ก็จะมีค่าใช้จ่ายหาคน host มากขึ้นอีก
อีกเหตุผลเรื่องความปลอดภัยดีกว่า เช่น ตัวอย่างล่าสุด Binance ยังโดน, php, node.js เป็นต้น พวกนี้จะมีทีมอัปเดตอย่างด่วน (ผมเห็นด้วย เพราะถ้าเราพลาดทำข้อมูลหลุดหรือมูลค่าความเสียหายจะเป็นสิ่งที่เรารับผิดชอบเองไม่ไหว) เน้นย้ำ ตอนนี้ทุกคนสร้างได้ แต่จะสร้างให้ดี ค่อนข้างยาก (อย่าลืมเรื่อง cyber security นะครับ)
และสุดท้ายเป็น ก็จะเปลี่ยน Asset เป็น Revenue(รายได้ เช่น sponsor posts, Ad sharing, brand deal, services ของตัวเอง เช่น คำนวณ/สรุปข้อมูล, จากการขาย ebook, หนังสือ เป็นต้น)
สรุปของพี่ทอยสอนมาเป็น generate framework นี้

ขอบคุณ credits: Ideas from Data Rockie, generate image by chatgpt,
คุณทอย Data Rockie: "ถ้าคุณไม่รู้ให้อ่านเยอะๆ ไม่เข้าใจให้เขียน ถ้าเข้าใจแล้วให้ลงมือทำ"
Idea คือ สิ่งที่อยากจะทำ/สื่อสาร/สิ่งโฟกัส
Content คือ เนื้อหาที่มนุษย์เป็นคนสร้าง ส่งต่อไปให้ผู้อื่น ต่อไป content ที่สร้างโดย AI อาจโดน blacklist ได้
Traffic คือ ผู้คนจาก Owned สร้างมาเองเนื้อหา/บทความต่างๆ ทำให้คนเจอเรา, Earned การบอกต่อ เช่นผมป้ายยาเพื่อนๆ ด้านบน 555, Paid คือ การซื้อโฆษณาเพื่อการ scale ธุรกิจช่วงแรก หรือการเปลี่ยนแปลง เช่น Dr. Pong
(คุณทอยเสริมว่า เราควรมี Asset ที่พร้อมแล้วสำหรับการ scale และเน้นย้ำความสำคัญของ Owned, Earned)
Asset คือ ของตัวเอง เช่น One Personal Business โดยสิ่งนั้นควรสร้างรายได้ให้เราได้ด้วยในอนาคต
Revenue คือ ผลตอบแทน เช่น คำขอบคุณ, คนสามารถนำไปใช้ต่อได้, ไอเดียใหม่ๆ, รายได้ที่เพิ่มขึ้น
สำคัญเรื่องการสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า
ควรตอบแทนมูลค่ากลับไปให้ได้มากกว่า 10เท่า ที่ลูกค้าจ่าย เช่น คุณทอย มีการจัดดูหนัง, what the duck วันที่ 12ธ.ค. 2569 09:30-12:30น.(หวังว่าจะได้ไปเจอกันครับ), 19ธ.ค. 2569 Doom Days และด้านเนื้อหาที่มีคุณค่าวัดไม่ได้แบบมีการขอสอนเพิ่มนอกเวลาอีกเพียบ 555(คุ้มเกิ๊น)
การสร้าง web site ของตัวเองแบบง่าย
สมัคร wordpress.com (แนะนำให้ใช้ส่วนลดของพี่ทอย 25$ ลูกค้าใหม่เท่านั้น)
โดยมีความต่าง wordpress.com(ไม่ต้องดูแล Server เอง ไม่ต้องมีทีม Infra/DevOps ถ้าจ่ายตังค์มีทีม suppport customers), wordpress.org(open source ต้องหา Server ติดตั้งเอง /บำรุงรักษาเอง)
เว็บไซต์ใช้งานกว่า 42% ทั่วโลก สำคัญที่ต้องย้ายจาก notion เพราะน้อยมากที่เว็บใน notion จะติด อันดับหน้าแรกของ google ดังนั้นนี่เป็นกลยุทธ์ ในการ Built traffic ได้) ขายคนสัก 1,000 คน ก็จะพอมีรายได้เสริมเลี้ยงครอบครัว
wordpress.com คือ เว็บสำเร็จรูปที่มีระบบจัดการ CMS(Content Management System) ดังนั้น เราสามารถจัดการ Idea กับ content ได้บนนี้ และเวอร์ชันล่าสุดมีความสามารถเหมือน notion ยิ่งง่ายเข้าไปอีก
แบ่งเป็น
post คือ ที่ให้เราเขียนทุกวัน/สัปดาห์/เดือน เพื่อสร้างสรรค์เนื้อหาที่มีคุณค่าสู่โลก
page คือ หน้าที่นานๆ อัปเดตที่ พวก home, landing page, ติดต่อเรา
appearance/theme คือ ที่จัดการโครงสร้างเว็บ color, front family, layout มีของ free ให้เลือกใช้สำหรับคนไม่มี ไอเดียการออกแบบ แต่มีไอเดียเขียนเนื้อหา
ai agent คือ ถ้าเลือกแผนเสียตังค์ เช่น personal 130บาท/เดือน จะมีให้ใช้ ถ้าคุณมี concept เว็บที่อยากทำ สามารถสร้างได้ (เว็บ ourtogetherly.com นี้โครงสร้าง ธีม เกิดจากน้อน -AI ใน wordpress)ß
คุณทอยแชร์หมดเปลือก
ปีที่เติบโตมากที่สุด คือ ปีที่มีวินัย ความต่อเนื่อง(คืออสิระภาพที่แท้จริง) ตื่นเช้ามาเขียน content บนเว็บเพื่อสร้าง investment
โดยอาจใช้เวลา 10ปี เพื่อเป็นนักเขียน(long game) เพราะ google ต้องการ content ที่ดีมีคุณค่า อัปเดตบ่อย อนาคตบอทควรจ่ายค่า feed ข้อมูลที่เข้าเว็บให้กับมนุษย์ที่เขียนสร้าง value
"เวลาจะอยู่ข้างผู้กล้า เพื่อที่จะอยู่รอดในปีต่อไป โดยคาดการณ์ว่าถ้าเป็น Google จะตัดสินใจอย่างไร สุดท้ายเว็บไซต์จะสะท้อนความเป็นตัวเรา และคิดว่าอนาคตพวกเราจะอยู่รอดอย่างไร?"
คำศัพท์เพิ่มเติม
magic link คือ การเข้าสู่ระบบแบบไม่ต้องใส่ password ใส่แค่ อีเมล ระบบจะส่งอีเมลไป และได้รหัสเข้าใช้งานรายครั้ง เพื่อความปลอดภัยเราไม่ต้องเก็บ รหัสผ่าน ไว้เอง (แฮก gmail, microsoft น่าจะโดนได้ยากกว่า)
Meta/Excerpt คือ คำศัพ์ด้าน SEO สำหรับแสดงผลใน ชื่อ title, description บน google, image เวลาเราส่งลิงก์ไปยังที่ต่างๆ เช่น line เป็นต้น สามารถเขียนได้ทั้ง ไทยหรืออังกฤษ แต่ให้ดูเรื่องความยาว ไม่งั้นระบบจะแสดง ... คำที่ยาวเกิน
subscription/contact me คือ การเก็บ reed ลูกค้าที่สนใจ
category คือ การจัดหมวดหมู่ เรื่องใหญ่ ใน wp admin 1 บทความควรมีเรื่องเดียว เช่น movie
tags คือ เรื่องย่อยๆ เช่น star war, Data Visualization
portfolio คือ ผลงานของเรา ที่ได้เรียน ได้ทำ โดยสรุปเป็นของตัวเอง อย่างบทความนี้ 1 ในการบ้าน และเป็นตัวผมเอง
Conversion คือ การเปลี่ยนแปลง, การทำให้ผลลัพธ์เป็นไปตามเป้าหมาย, การเปลี่ยนผ่าน
Thinking คือ การคิดเป็นทักษะสำคัญต่อไป คิดไม่ออก ให้อ่านให้เยอะ เพื่อให้มีไอเดีย
Productize yourself คือ การที่เราใช้ความสามารถของเรา มาสร้างผลิตภัณฑ์/บริการ (จากแนวทาง คุณ Naval Ravikant)
หนังสือที่ดีจะเปลี่ยนแปลงอนาคต ตัวอย่าง Jensen Huang (ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง NVIDIA) ซื้อหนังสือทางเทคนิค/คอมพิวเตอร์มา 3 เล่ม ให้ทีมอ่าน (เช่น OpenGL / Computer Architecture) ในช่วงวิกฤติ และมองว่าจะเป็นอนาคตที่จะไป ซึ่งทำให้ Nvidia อยู่จนปัจจุบันนี้2026
สรุปที่เข้าใจ อาจมีผิดพลาดตกหล่น ขออภัยมา ณ ที่นี้,
พีระ แซ่แต้

ใส่ความเห็น